เศร้าตายเพิ่มเป็น 4 ศพ เหตุกระบะทับร่างคนงานกัมพูชาดับที่สมุทรปราการ

กระบะทับร่างคนงานกัมพูชาดับที่สมุทรปราการ

กระบะทับร่างคนงาน

ตายเพิ่มศพที่ 4 เหยื่อรถกระบะหักหลบแบริเออร์ ทับร่างแรงงานกัมพูชาดับ ด้านสามีเผยทั้งน้ำตา อีก 2 เดือนวางแผนจะมีลูก ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ ได้แต่พกเส้นผมและของใช้เมียติดตัวไว้ดูต่างหน้าตลอด
เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (20 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจะมีการทำพิธีสวดศพเหยื่อรถกระบะ หักหลบแบริเออร์ เสียหลักไปทับร่างแรงงานสาวกัมพูชาดับอนาถ และก่อนหน้านี้ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ รวมตั้งสวดศพอยู่ที่วัดเป็นจำนวน 4 ศพ หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยัง วัดเปร็งราษฎร์บำรุง ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

เมื่อไปถึงที่ศาลา 2506 บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า เงียบเหงา มีเจ้าหน้าที่วัดฯ และพระสงฆ์ กำลังจัดเตรียมสถานที่ พบโลงศพตั้งอยู่ในศาลา จำนวน 4 โลง บริเวณด้านหน้าศาลา เพื่อนชาวกัมพูชาทั้งชายหญิง จำนวนประมาณ 20 คน นั่งรอร่วมงานกันอย่างโศกเศร้า จากการสอบถาม นายพาน บวน อายุ 33 ปี สามีของผู้เสียชีวิตคนที่ 4 กล่าวว่า ภรรยาของตนชื่อ น.ส.แซม มุท อายุ 26 ปี เสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 20 มิ.ย. เวลาประมาณ 01.00 น. ที่ รพ.ลาดกระบัง กรุงเทพฯ และส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ เมื่อเวลา 05.00 น. หลังจากนั้นเวลา 14.00 น. ได้รับศพกลับมาตั้งรอสวดบำเพ็ญกุศลในเวลา 19.00 น. โดยศพ 3 ศพแรก หลังจากที่ทำพิธีสวดในคืนนี้แล้ว พรุ่งนี้จะทำพิธีเผาที่วัดเปร็งฯ ส่วนเวลาใด คงต้องรอถามกับทางวัดอีกครั้ง

นายพาน กล่าวว่า สำหรับศพของภรรยาตน ได้คุยกับทางครอบครัว ต้องการนำส่งกลับไปทำพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านในประเทศกัมพูชา ซึ่งตอนนี้ยังมีความกังวลอยู่ เพราะยังหารถมารับต่อจากชายแดนประเทศไทยส่งต่อไปบ้านในกัมพูชายังไม่ได้ และตนตอนนี้ก็ยังไม่มีเงินสำหรับค่าจ้างเหมารถ ซึ่งค่าเหมารถในกัมพูชาแพงมาก จากการสอบถามกับญาติบอกว่าต้องใช้เงินประมาณ 2-3 หมื่นบาทเลยทีเดียว

สามีผู้ตาย กล่าวอีกว่า ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับการเสียชีวิตของภรรยา เราเพิ่งแต่งงานอยู่กินกันได้ประมาณ 2 ปี และได้วางแผนกันไว้ว่าอีก 2 เดือนจะมีทายาทไว้สืบสกุล สัก 1 คน แต่ภรรยาก็มาด่วนจากไปเสียก่อน ทุกครั้งที่กลับเข้าห้องพักเห็นรูป เห็นของใช้ของภรรยา ก็ต้องร้องไห้ทุกครั้ง ในทุกเช้าภรรยาจะตื่นนอนตอนตี 4 เพื่อทำอาหารให้ พอตี 5 ก็จะมาปลุกให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ มากินข้าวและไปทำงาน เป็นอย่างนี้ทุกวัน ถึงตอนนี้ภรรยาไม่อยู่แล้ว ตัวเองยังไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไร ได้แต่เก็บเศษเส้นผมของภรรยาในที่เกิดเหตุ นาฬิกาข้อมือที่ขาด ที่ตนเป็นคนซื้อให้เป็นของขวัญ และของใช้ส่วนตัวของภรรยาไว้ติดตัวตลอดเพื่อให้คลายความคิดถึง

 

ที่มาจาก : thairath

ติดตาม ข่าววันนี้ ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipostnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *