เกาะสมุยพร้อมรับนักท่องเที่ยว ฉีดครบ 2 เข็ม-มีใบตรวจไม่พบเชื้อ ไม่ต้องกักตัว

เกาะสมุยพร้อมรับนักท่องเที่ยว ฉีดครบ 2 เข็ม-มีใบตรวจไม่พบเชื้อ ไม่ต้องกักตัว

เกาะสมุยพร้อมรับนักท่องเที่ยว

ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานีลงนามหนังสือด่วนที่สุด หากนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม-มีใบตรวจไม่พบเชื้อ 72 ชั่วโมง ไม่ต้องกัก 14 วัน

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีหนังสือด่วนที่สุดที่ สฎ 0018.1/ว 3739 ลงวันที่ 7 มิ.ย.64 พร้อมคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 3652/2564 เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 46) เฉพาะพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ระบุว่า

ปัจจุบันพบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีแนวโน้มสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ ประกอบกับในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย มีประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ และผู้ที่ทำงานภาคบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมถึงผู้สูงอายุที่มีอายุเกินกว่า 60 ปี ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างทั่วถึงพอสมควร อันจะนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ในระยะเวลาอันใกล้

ทำให้อัตราความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่ลดน้อยลง อันจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเฉพาะพื้นที่อำเภอเกาะสมุยเพื่อรองรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวต่อไป

 

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด อันจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อให้การระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งเพื่อเป็นการวางมาตรการรองรับนักท่องเที่ยว ที่ได้รับวัคซีนครบตามจำนวนโดสเรียบร้อยแล้วให้สามารถเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศได้ และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และแรงจูงใจให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนได้เข้ามารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างทั่วถึงและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงมีคำสั่งให้ใช้มาตรการการคัดกรองผู้เดินทางเข้าพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ดังต่อไปนี้

 

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ

 

พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ยะลา ระนอง ระยอง ราชบุรี สงขลา และสมุทรสาคร เมื่อเดินทางเข้ามาพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ให้ใช้มาตรการกักกันตัวตลอดระยะเวลาที่อยู่ในอำเภอเกาะสมุย หรือจนครบ 14 วัน แล้วแต่กรณี

 

ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้ ให้ใช้มาตรการแยกตัว ดังนี้

 

(1) กรณีมีผลรับรองการตรวจหาเชื้อฯ ได้แก่ บุคคลผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ที่มีผลตรวจเชื้อฯ ด้วยวิธี Real-time PCR (RT-PCR) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ซึ่งได้แสดงเอกสารใบรับรองแพทย์หรือเอกสารผลการตรวจเชื้อดังกล่าวซึ่งออกโดยโรงพยาบาลหรือหน่วยงาน ที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ประจำอยู่ ณ จุดตรวจแล้ว และผลตรวจไม่พบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

 

(2) กรณีได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ได้แก่ บุคคลผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย เป็นผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครบจำนวน 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด และได้แสดงเอกสารรับรอง ซึ่งออกโดยโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ตามรูปแบบและวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ประจำอยู่ ณ จุดตรวจ ว่าเป็นผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครบจำนวน 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิดแล้วแต่กรณี

 

ในกรณีที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคประเมินแล้วเห็นว่า บุคคลที่ได้รับวัคซีนดังกล่าวข้างต้น ยังมีความเสี่ยงสูงหรือสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะสั่งให้บุคคลผู้เดินทางเข้ามาดังกล่าวทำการตรวจหาเชื้อฯ ตามวิธีการที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคกำหนดก็ได้

 

กรณีเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง และได้รับการตรวจหาเชื้อฯ ณ จุดตรวจ และผลการตรวจไม่พบเชื้อฯ ได้แก่ ในกรณีที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคเห็นว่าบุคคลผู้เดินทางเข้าพื้นที่อำเภอเกาะสมุย เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคสั่งให้ผู้นั้นทำการตรวจหาเชื้อฯ ด้วยวิธี Real-time PCR (RT-PCR) หรือ COVID-19 Ag Rapid Test ก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ฯ ซึ่งหากผลการตรวจเชื้อฯ ไม่พบว่ามีการติดเชื้อฯ ให้สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ฯได้โดยใช้มาตรการแยกตัว

 

ทั้งนี้ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ เป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. นี้ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

 

ที่มา: ข่าวสด

ติดตาม ข่าววันนี้ ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipostnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *