สูตรทำกิมจิ และ วิธีทำกิมจิ สุดแสนง่าย ตามต้นฉบับเกาหลี

สวัสดีจ้าพบกับวีว่าอีกเช่นเคยวันนี้จะพาเข้าครัวมาทำอาหารเกาหลีกับ สูตรทำกิมจิ ที่คนไทยนิยมชื่นชอบกันเพราะซีรีย์เกาหลีมาแรงมากในตอนนี้ สาวกเกาหลีหลายๆคนก็คงอยากจะลองชิมว่าจะเป็นอย่างไร เพราะ กิมจิ ทำได้หลากหลายเมนูมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวผัดกิมจิ ซุปกิมจิเต้าหู้ ที่วีว่าชอบมากๆเลยค่ะ ไม่เสียเวลาแล้วเราไปดูสูตรลับตามต้นฉบับกันเลยจ้า

สูตรทำกิมจิ และ วิธีทำกิมจิ สุดแสนง่าย ตามต้นฉบับเกาหลี

ส่วนผสมกิมจิ มีดังนี้

  • แป้งข้าวเหนียว
  • สาลี่นอก 1 ลูก (ใช้สาลี่ไทยหรือใช้แอปเปิ้ลแทนได้)
  • หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  • กระเทียมจีนแกะเปลือก 1/2 ถ้วยตวง
  • ขิงหั่นแว่น 5 แว่น
  • น้ำปลา 10 ช้อนตวง
  • น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ช้อนตวง
  • พริกป่นเกาหลีแบบหยาบ 1 ถ้วยตวง
  • พริกป่นเกาหลีแบบละเอียด 1/3 ถ้วยตวง
  • ผักกาดขาว 2 หัว (หัวละ 1 กิโลกรัม)
  • แครอท 1 หัวใหญ่
  • หัวไชเท้า 1 หัวใหญ่
  • ต้นหอม 2 มัดใหญ่
  • น้ำเปล่า 200 ml
  • แป้งข้าวเหนียว 3 ช้อนตวง

วิธีทำกิมจิ 9 ขั้นตอน 

  1. นำผักกาดขาว ต้นหอมหั่นที่เตรียมไว้มาหั่น จากนั้นนำไปแช่น้ำทำความสะอาดในน้ำเปล่า 10 ลิตร และเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ แช่ไว้ 15 นาที เสร็จแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าและนำขึ้นสะเด็ดน้ำจ้า
  2. จากนั้นนำผักกาดขาวหมักกับเกลือป่น ใส่ให้ทั่วผัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง โดยต้องคอยมาคลุกเคล้าผักทุกๆ 30 นาที เป็น
  3. นำต้นหอมที่ล้างไว้มาหั่นเป็นท่อนๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นนำแครอทและหัวไชเท้าล้างและปลอกเปลือกให้สะอาดและหั่นซอยเป็นเส้น
  4. ทำแป้งกวนเพื่อหมักกิมจิ โดยให้เพื่อนๆเทน้ำเปล่า และแป้งข้าวเหนียวลงไปในหม้อ จากนั้นคนให้เข้ากัน และนำไปกวนจนแป้งสุกดี โดยใช้ไฟอ่อน เมื่อสุกแล้วพักให้เย็นตัว
  5. นำผักกาดที่แช่ไว้ครบ 2 ชั่วโมงมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาด
  6. หมักกิมจิ โดยนำ หอมหัวใหญ่ หั่นชิ้นเล็ก สาลี่ กระเทียมจีนปลอกเปลือก ขิงหั่นแว่น น้ำปลา ปั่นให้ละเอียดเข้ากัน เทใส่ถาด
  7. จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแบบที่ไม่ฟอกสี พริกเกาหลีแบบหยาบและแบบละเอียดคละกัน ใส่แป้งกวนที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นชิมรสตามชอบ
  8. นำต้นหอม หัวไช้เท้า แครอท ลงไปในเครื่องที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน สุดท้ายค่อยๆ ใส่ผักกาดขาวลงไป และคลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  9. ขั้นตอนสุดท้ายให้นำกิมจิใส่ลงในภาชนะที่มีฝาปิด กดให้แน่น ปิดฝา จากนั้นตั้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 5 ชั่วโมง จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นต่ออีก 1 คืน เป็นอันเสร็จ (แต่ถ้าใครชอบรสเปรี้ยวมากให้ตั้งไว้ข้างนอก 1 คืน)

ที่มา : journeyviva.com

 

ติดตาม ข่าววันนี้ ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipostnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *