“อย่ารังเกียจทหาร” คําขอจากผู้นำรัฐบาล

"อย่ารังเกียจทหาร" คําขอจากผู้นำรัฐบาล

คําขอจากผู้นำรัฐบาลถึงสองครั้งติดกัน ว่าอย่ารังเกียจทหาร ปรากฏในการลุกขึ้นชี้แจงระหว่างการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 และการโพสต์ในสื่อโซเชี่ยลหลังจากนั้น

นายกรัฐมนตรียืนยันว่ามีความห่วงใยในทุกสถานการณ์และยืนยันจะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ขอว่าอย่ารังเกียจทหาร

คำอธิบายถัดมาให้เหตุผลว่า ทหารคือลูกหลานของเรา จึงอยากให้มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานด้วยความเสียสละ อดทนต่อคำว่ากล่าว อีกทั้ง ทำหน้าที่หลายอย่างมากเพื่อให้ประชาชนมี ความสุข เข้าแก้ปัญหาต่างๆ

ดังนั้นจึงย้ำอีกว่าขออย่าแยกทหารออกจากประชาชน

การถ่ายทอดความคิดดังกล่าวผ่านทั้งการพูดและการเขียนสะท้อนว่าข้อมูลที่ผู้นำรัฐบาลได้รับน่าจะผิดพลาด หรือประมวลผลผิดพลาด

เนื่องจากทหารเป็นอาชีพที่ประชาชนทั่วไปยอมรับและไม่เคยปรากฏว่าถูกแบ่งแยกจาก อาชีพอื่น

ประชาชนจะรังเกียจหรือชื่นชมทหารย่อมเป็นไปตามพฤติกรรมของแต่ละเหตุการณ์ เช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ เช่น หมอ ครู วิศวกร นักแสดง พนักงานขาย ฯลฯ

หากผู้ทำอาชีพนั้นๆ ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองอย่างมีเกียรติย่อมต้องถูกรังเกียจ เช่น ครูที่รังแกลูกศิษย์ หรือหมอที่เพิกเฉยต่ออาการป่วยของคนไข้

ทหารก็เช่นกัน หากปฏิบัติตามหน้าที่ที่ผู้นำรัฐบาลเอ่ยมาย่อมเป็นที่รักและชื่นชมจากประชาชน แต่หากล้ำเส้นก็ย่อมถูกต่อต้าน

ข้อมูลที่ทำให้ผู้นำรัฐบาลรู้สึกว่าทหารกำลัง ถูกรังเกียจ น่าจะเป็นมาจากกระแสต่อต้านที่ทหารเคยแทรกแซงการเมืองจนบั่นทอนประชาธิปไตย ข่าววันนี้

สำหรับประเทศประชาธิปไตยแล้ว ทหารหรือผู้นำกองทัพจะไม่ออกมากล่าวหาให้ร้ายนักการเมือง หรือผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อสาธารณชน

ทหารจะไม่ใช้อาวุธต่อประชาชนมือเปล่า ไม่ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากประชาชน ไม่จัดงบประมาณซื้ออาวุธที่ประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วย

ทหารที่ทำหน้าที่ป้องกันและพัฒนาประเทศ ป้องกันภัยพิบัติ และเป็นกำลังเสริมให้กับทุก หน่วยงาน ย่อมเป็นที่เคารพชื่นชมจากประชาชน

ไม่มีเหตุอื่นใดต้องวิตกว่าประชาชน จะรังเกียจทหาร

 

ที่มา : www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าววันนี้ ได้ที่เว็บไซต์  www.thaipostnews.com

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *