‘บิ๊กตู่’ ยันใช้เงินกู้ 1 ล้านล้าน ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า ประชาชนตรวจสอบได้

'บิ๊กตู่' ยันใช้เงินกู้ 1 ล้านล้าน ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า ประชาชนตรวจสอบได้

'บิ๊กตู่' ยันใช้เงินกู้ 1 ล้านล้าน ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า ประชาชนตรวจสอบได้ แจงคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยึดด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง

 

 

ข่าววันนี้ เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า สาเหตุที่นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แถลงข่าวหลังการประชุมครม. เนื่องจากช่วงเวลา 16.00 น. จะต้องอัดเทปถวายพระพร และต้องใช้เวลาช่วงที่เหลือนี้เตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 4 ฉบับในวันที่ 27 พ.ค.นี้ เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งนายกฯ จะเดินทางไปสภาฯ ด้วยตัวเอง พร้อมกับคณะรัฐมนตรี

ส่วนคำถามของสื่อมวลชนถึงนายกฯ ทั้งเรื่องพ.ร.ก.เงินกู้ ที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าจะเอาไปใช้อย่างไรนั้น นายกฯ ระบุว่าเรื่องการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าต้องนำไปใช้ในเรื่องใดบ้าง โครงการที่เสนอมาต้องมีแผนงานอย่างชัดเจน ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองทำหน้าที่พิจารณา และมีระบบตรวจสอบอีกหลายส่วน รวมถึงภาคประชาชนที่สามารถร่วมกันตรวจสอบการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทนี้ได้ด้วย

ซึ่งรัฐบาลจะนำทุกโครงการเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยดูรายละเอียดโครงการต่างๆ รัฐบาลยืนยันว่า ว่าจะใช้เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า ให้มีประสิทธิภาพ และช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด เท่าที่จะทำได้

 

 

นางนฤมล กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีคำถามว่านายกฯว่า ขณะนี้มีบางฝ่ายยื่นหนังสือคัดค้านการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นายกฯ ฝากเรียนประชาชนว่า ตั้งแต่เริ่มนำ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาใช้ จนถึงการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทุกครั้ง ได้คำนึงถึงเหตุผลด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ไม่เคยคำนึงถึงเหตุผลทางการเมือง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังมีความจำเป็นในการบูรณาการการทำงานร่วมกันให้เป็นเอกภาพ มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่มีสถานการณ์แบบนี้ เราไม่สามารถใช้แค่พ.ร.บ.โรคติดต่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาได้

เมื่อกำลังจะเข้าสู่การผ่อนปรนในระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูงในการแพร่ระบาดของโรค รัฐบาลจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เอาไว้เป็นเครื่องมือในการกำกับดูแล และควบคุมสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี รัฐบาลทราบดีว่าการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนบ้าง เราจึงค่อยๆผ่อนคลายข้อกำหนดต่างๆ เพื่อให้ผลกระทบนั้น เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างน้อยที่สุด

จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจความตั้งใจของนายกฯ รัฐบาล และศบค. ว่าจะทำอย่างไรให้สถานการณ์คลี่คลายได้โดยเร็วและดีที่สุด และประชาชนปลอดภัยจากโรคให้มากที่สุด และกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ไม่กลับไปสู่การแพร่ระบาดระลอกที่ 2 และอาจจะกลับไปใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมเสียทีเดียว แต่เราจะใช้วิถีชีวิตแบบใหม่ ที่ทุกคนจะต้องมีความสุขในที่สุด

นางนฤมล กล่าวต่อว่า มีคำถามถึงนายกฯอีกว่า ภาคเอกชนครอบคลุมทุกกลุ่มแล้วหรือยัง แล้วแนวทางต่อไปของรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายกฯฝากคำตอบมาว่าได้เดินสายรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากสมาคม และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ท่านเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้รับฟังจากข้อมูล แนวคิด อุปสรรค และปัญหาที่มาจากต้นทางจริงๆ

ซึ่งได้นำข้อมูลจากการลงพื้นที่และการพบปะหารือเหล่านี้มาจัดทำแผนวิคราะห์เชิงลึกมากขึ้น บางอย่างก็ทำให้เกิดเป็นไอเดียแลกเปลี่ยนกันไปมาระหว่างนายกฯ กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากมีโอกาสท่านอาจจะลงพื้นที่ในส่วนอื่นเพิ่มเติมอีก เพราะมีอีกกหลายกลุ่มที่อยากเข้าไปพบ และทำงานเชิงรุกกับภาคเอกชน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าววันนี้ ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipostnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *