เทพไท ชี้ 3 สาเหตุ เงินเยียวยาของรัฐบาลล่าช้า

เทพไท ชี้ 3 สาเหตุ เงินเยียวยาของรัฐบาลล่าช้า

ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ 3 สาเหตุ เงินเยียวยาของรัฐบาลล่าช้า จี้เร่งแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง สาเหตุของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าช้า ว่า จากการที่ตนเองได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร เรื่องการเยียวยาของรัฐบาล ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน และของสำนักงานประกันสังคมมาโดยตลอด ได้พบสาเหตุของความล่าช้า น่าจะมาจากสาเหตุ 3 ประการคือ

1.การลงทะเบียนผ่านออนไลน์ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้ จึงทำให้มีปัญหาในการลงทะเบียน และในการยืนยันสิทธิ์ ที่มีการคีย์ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกันของรัฐบาลเกิดการผิดพลาด ทำให้เกิดปัญหาต้องมาประท้วงกันที่หน้ากระทรวงการคลัง จนต้องมีการเปิดจุดรับร้องทุกข์เพิ่มเติม ตั้งโต๊ะเช็กสถานะการทบทวนสิทธิ์ ที่กรมประชาสัมพันธ์ และที่ศูนย์ดำรงธรรมสำหรับพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด

2.เกิดจากการตรวจสอบสิทธิ์ของการลงทะเบียนในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ที่มีการส่งผู้พิทักษ์สิทธิ์ไปตรวจสอบการทบทวนสิทธิ์ในพื้นที่ชนบทซึ่งได้ใช้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รู้จักพื้นที่ และไม่มีความชำนาญเส้นทางในพื้นที่ การตรวจสอบกลุ่มผู้ขอทบทวนสิทธิ์ ที่ได้ขอยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์ไว้เป็นไปด้วยความยากลำบาก และในส่วนของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ก็มีการตรวจสอบสิทธิ์ล่าช้ามาก ทั้งที่มีข้อมูลพื้นฐานส่วนบุคคลของผู้ประกันตนครบถ้วนแล้ว เพราะได้จ่ายเบี้ยประกันตนเป็นประจำทุกเดือน แต่การตรวจสอบสิทธิ์กลับเป็นไปอย่างล่าช้าโดยการอ้างระบบ AI ที่ล้าสมัย

3.ในช่วงเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่มีวันหยุดราชการและวันหยุดธนาคารเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ และพนักงานของธนาคารต้องหยุดทำงาน จึงทำให้เกิดปัญหาติดขัด ไม่สะดวกในการโอนเงินจากธนาคารผ่านไปยังบัญชีของประชาชน ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ต้องใช้ระยะเวลาในการโอนพอสมควร

ดังนั้นจากเหตุผลทั้งหมดนี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การเยียวยาแก่พี่น้องประชาชนเกิดความล่าช้า ซึ่งประชาชนที่มีความเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ การเยียวยาในทันท่วงที เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ที่ถูกมาตรการล็อคดาวน์ หยุดงาน ตกงาน และหยุดอยู่กับบ้าน จนไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มาเป็นเวลานับเดือนแล้วจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ ที่มีคนส่วนหนึ่งหาทางออกของชีวิตไม่ได้ จึงมีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจาก นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกมาเปิดเผย สถิติข้อมูลวันที่ 1-30 เมษายน 2563 พบว่า มีคนไทยพยายามฆ่าตัวตายทั้งหมด 84 ราย (เพศชาย 62 ราย เพศหญิง 22 ราย) แบ่งเป็นผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต 62 ราย (เพศชาย 50 ราย เพศหญิง 12 ราย) โดยสาเหตุการฆ่าตัวตายเกิดจาก ปัญหาส่วนตัว, หนี้สิน, ตกงาน, ปัญหาสุขภาพ, เป็นโรคซึมเศร้า, ปัญหาครอบครัว, ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ตามลำดับ ข่าววันนี้

เพราะฉะนั้นถ้าจะนำข้อมูลของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาเปรียบเทียบกับข้อมูลการฆ่าตัวตายในเดือนเมษายน จะพบว่ามีอัตราฆ่าตัวตายจำนวน 62คน ซึ่งมากกว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียชีวิตทั้งหมดจำนวน 55 คน จึงเป็นที่มาของกระแสการกล่าวขานกันในหมู่ประชาชนว่า “กลัวการอดข้าวตาย มากกว่ากลัวการติดเชื้อไวรัสโควิดตาย”เสียอีก

จึงขอเสนอให้รัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาการเยียวยาให้กับประชาชน ทั้งในส่วนโครงการเราไม่ทิ้งกัน และในส่วนของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการลบคำครหาที่มีต่อรัฐบาล จากกระแสในสังคมโซเชียลมีเดียให้ได้

 

ที่มา : www.posttoday.com

ติดตาม ข่าววันนี้ ไดด้ที่เว็บไซต์  www.thaipostnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *