ชาวบ้านฮือ ผญบ.นำแห่พิสูจน์ดวงไฟ ลือทั้งหมู่บ้านเป็นผีกระสือ ขนลุกเห็นแล้วไข้ขึ้น

ชาวบ้านฮือ ผญบ.นำแห่พิสูจน์ดวงไฟ ลือทั้งหมู่บ้านเป็นผีกระสือ ขนลุกเห็นแล้วไข้ขึ้น

แตกตื่นเห็นดวงไฟประหลาดลอยอยู่ชายป่า กลางทุ่งนาช่วงกลางดึก ชาวบ้าน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซุ่มรอดูเกือบ 2 อาทิตย์ ลอยลักษณะมีสีแดงส้ม เปลี่ยนสีได้ ลือกันทั้งหมู่บ้านเป็นผีกระสือออกหากิน ขนลุกเด็กเห็นแล้วไข้ขึ้นไปเลย

โดย ช่วงเวลาประมาณ 22.00-23.00 น. วันที่ 3 พ.ค. 63 บริเวณกลางทุ่งนาหมู่บ้านชัฏใหญ่ หมู่ที่ 3 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ได้มีชาวบ้านจำนวนมากไปซุ่มรอดู หลังมีการร่ำลือบอกเล่าพูดกันปากต่อปากว่า พบเห็นแสงไฟล่องลอยวูบวาบอยู่เหนือยอดไม้กลางทุ่งนาและชายเขา โดยไปกันเป็นหมู่คณะ ใช้ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อพ่วงข้าง เพื่อหวังดักรอพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นแสงไฟอะไรกันแน่

ชาวบ้านบางคนที่พบเห็นก่อนหน้านี้ ก็จะมาเล่าว่ามีลักษณะดวงไฟที่ลอยขึ้นสูงต่ำได้ มีสีแดงเปลี่ยนสีได้ เช่น สีเขียว สีแดง สีส้ม บางคนใช้กล้องโทรศัพท์มือถือสามารถบันทึกจับภาพได้แต่ในระยะไกล มองไม่ค่อยชัดเจนนัก เมื่อชาวบ้านจะไปดูใกล้ ๆ ดวงไฟดังกล่าวก็เคลื่อนที่ขยับห่างออกไปและลดแสงลงได้เองและค่อย ๆ เคลื่อนตัวหายไป

นายบุญลือ มณฑามณี อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 3 บ้านชัฏใหญ่ ต.รางบัว อ.จอมบึง เล่าว่า ที่ตนได้เห็นเป็นดวงไฟลักษณะสีแดงส้มลอยได้และกะพริบได้ พอเอาไฟส่องก็จะค่อยหรี่แสงลงและลอยห่างออกไปเรื่อย ใต้ดวงไฟเห็นว่ามีลักษณะขาวเป็นยวง เห็นมาประมาณ 2 อาทิตย์ ก็เลยมาบอกชาวบ้านให้รู้กัน จึงพากันไปซุ่มดูก็มีคนเห็นหลายคน และร่ำลือกันไปต่างๆ นานา ว่าน่าจะเป็นผีกระสือ แต่บางวันไปซุ่มดูก็ไม่เจอ

ส่วนนางสุพรรณษา จุนคีรี อายุ 35 ปี ชาวบ้านอีกคน เล่าให้ฟังว่า เห็นเป็นดวงไฟจริง แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าคืออะไร คนที่ไปดูส่วนใหญ่จะเห็น แต่จะเจอระยะใกล้หรือระยะไกลแล้วแต่บางคนที่เจอกัน บางคนถ่ายรูปไว้เห็นเป็นดวงไฟ เดินไปดูไม่ได้เพราะอยู่ในระยะไกลมาก และจะลอยหนีไป คล้ายกับลอยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่ไกล ใช้โทรศัพท์ถ่ายบันทึกภาพก็จะเห็นเป็นดวงไฟเล็กๆ ครั้งแรกที่เห็นกลัวรีบกระโดดขึ้นรถกันหมด พอมีคนมากันเยอะก็ไม่ค่อยกลัวแล้ว มีเด็กวัยรุ่นหลายคนอยากพิสูจน์ว่าเป็นดวงไฟอะไร ก็ตามกันเข้าไปค้นหากันแทบทุกคืน

 

ด้านนายกล้า แก้วพฤกษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.รางบัว กล่าวว่า ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นอะไร แต่เห็นเป็นดวงไฟลอยได้ จึงนำชุดดูแลความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้านเข้าไปตรวจสอบดูทุกคืน แต่อยู่ดึกไม่ได้ช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ก็ต้องกลับเพราะติดเคอร์ฟิว ทำให้ดูได้แค่เวลาก่อน 4 ทุ่มเท่านั้น ก็ต้องกลับ อย่างที่ไปมา 10 วัน ก็จะพบเห็นดวงไฟดังกล่าวประมาณ 8 วัน

ที่เห็นชัดเจนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ลอยมาใกล้มาก พอมีคนทักก็จะถอยห่างแล้วค่อยดับแสงไฟให้น้อยลงแล้วหายไปและมีแสงกลับมาโผล่อีก ตนเองก็เห็นร่วมกับชาวบ้าน ตอนแรกคิดว่าเป็นลูกแก้ว ได้พยายามถ่ายรูปไว้ก็ไม่เห็นเพราะระยะไกลและกล้องก็ไม่ค่อยดีนัก อย่างถ่ายรูปดาวออกมาจะเป็นวงกลม แต่รูปที่ถ่ายสิ่งนี้ออกมากลับเป็นคล้ายแบบโต๊ะนั่งสันนิษฐานไม่ถูกเหมือนกัน ระยะห่างประมาณ 1 - 2 กิโลเมตรเห็นจะได้

ทางหมู่บ้านอยู่ระหว่างพิสูจน์อยู่ ชาวบ้านไม่กลัวเพราะไปกันหลายสิบคน โดยเอาชุดรักษาความสงบไปคอยดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้านด้วย เมื่อพิสูจน์ได้แล้วจึงจะนำมาบอกกับชาวบ้านได้ว่าสิ่งที่พบเป็นอะไรจะได้เข้าใจ ชาวบ้านเข้าใจกันว่าเป็นผีกระสือ เป็นดวงไฟสีส้มเหมือนกับในทีวีออกข่าวไปเมื่อเร็วๆ นี้จากภาคอีสานลักษณะสีเดียวกัน

บางคนเห็นก็รู้สึกขนลุก เด็กบางคนก็ไข้ขึ้นไปเลย มีวันหนึ่งใช้จักรยานยนต์ขับตามไปดูกับเด็กเล็ก กลับมาขวัญเสียจนเป็นไข้เลย

นายโกวิทย์ ฤทธิ์จันทร์ อายุ 29 ปี ชาวบ้านอีกคน เล่าว่า ได้เห็นเป็นแสงไฟดังกล่าวจึงได้ชวนเพื่อนขับมอเตอร์ไซค์รวม 4 คัน มาซุ่มดูเห็นแสงลอยอยู่ประมาณยอดต้นไม้ มีรถคันหนึ่งเกิดโซ่รถหลุดจึงได้เห็นดวงไฟ ต่อมาอีกวันก็ขับรถมาดูก็เห็น จึงได้ขับตามแสงไฟไปจนถึงชายป่าที่เป็นภูเขาข้างหน้าแสงไฟก็ลอยหายไป เมื่อนั่งรอดูอยู่พักหนึ่งบริเวณนั้นมีแอ่งน้ำ ก็เห็นดวงไฟกะพริบได้ สีแดงๆ หรี่ได้ ยังเห็นไม่ชัดเจนว่าเป็นอะไร ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือเมื่อ 2 วันที่แล้ว

อย่างไรก็ตามสำหรับคืนนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางได้พิสูจน์ร่วมกับชาวบ้านบริเวณกลางทุ่งนาที่เคยพบเห็น ปรากฏว่ายังมีชาวบ้านหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มวัยรุ่น ผู้สูงอายุกว่า 50 คน นำรถมาจอดดับเครื่อง ข่าววันนี้ ดับไฟ อยู่ในที่มืดเพื่อเฝ้ารอดูแสงไฟประหลาดโผล่ แต่รออยู่นานนับชั่วโมงก็ยังไม่พบแสงไฟดังกล่าวในคืนนี้ บางคนได้ขี่รถจักรยานยนต์วนไปตามเส้นทางที่เชื่อมต่อกันที่เคยพบดวงไฟประหลาด และดักซุ่มรออยู่นาน แต่ก็ยังไร้วี่แวว ชาวบ้านบางคนบอกว่าให้มาคืนเดือนมืด หรือ ช่วงวันโกน วันพระ อาจจะพบเหมือนที่เคยเจอมาแล้ว จนในที่สุดเวลาผ่านไปเกือบ 4 ทุ่มใกล้ถึงเวลาเคอร์ฟิว ชาวบ้านจึงได้แยกย้ายกันกลับโดยที่ไม่ได้เห็นแสงไฟดังกล่าวในคืนนี้

 

ที่มา : www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าววันนี้ ได้ที่เว็บไซต์  www.thaipostnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *